2007/Oct/01

เรื่อง อานิสงส์ของการักษาศีล

เรื่องย่อ..........

 เทศนากาณฑ์นี้ กล่าวถึงศีล คือการระวังสำรวมกาย วาจา ให้เป็นปกติมีความเรียบร้อยดีงาม และอานิสงส์ คือผลดีที่เกิดจากการักษาศีลมีความบริสุทธิ์สมบูรณ์ดีแล้ว อานิสงส์ของการรักษาศีล กล่วาวโดยสรุป มี ๓ ประการ คือ ๑ ทำให้ชีวิตดำเนินไปในทิศทางที่ดี ๒ ทำให้โดคทรัพย์สมบูรณ์ ๓ ทำให้จิตใจมีความเยือกเย็น ฉะนั้น ควรปฏิบัติรักษาศีลให้สมบูรณ์ และสำเร็จเป้นผลประโยชน์ที่ดีแก่ตนเองและสังคมอย่างแท้จริง

 สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธะเยติฯ

 บัดนี้ จะได้แสดงพระธรรมเทศนา พรรณนาสัตถุธรรม คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นเครื่องประดับสติปัญญา ส่งเสริมเพื่มพูนศรัทธาปสาทะ ของท่านสาธุชนทั้งหลาย ผู้มีความขวนขวายใฝ่ใจในการกระทำบำเพ็ญกุศลบุญราศรี อันเป็นการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม พัฒนาคุณธรรมชีวิตของตน ให้ประสพผลสำเร็จในสิ่งที่ตนประสงค์ จนกว่าจะสมควรแก่กาลเวลา

 ดำเนินความตามพระบาลีที่ได้ยกขึ้นเป็นบทอุเทศเบื้องต้นว่า บุคคลถึงสุคติโลกสวรรค์ได้ เพราะศีล มีความมั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ ก็เพราะศีล และบรรลุถึงพระนิพพานได้ เพราะศีล เพราะฉะนั้น บุคคลควรรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ดังนี้ คำว่า ศีลนั้น ได้แก่ การระวังสำรวมกาย วาจา ให้เป็นปกติเรียบร้อยดีงาม เมื่อกล่าวถึงลักษณะหมายถึง การประพฤติปฏิบัติที่ไม่ให้ล่วงละเมิดศีลที่เป็นข้อบัญญัติที่ตนได้สมาทานแล้ว โดยความก็คือรักษามารยาทให้ปราศจากโทษข้อครหานินทา ดังนั้น บุคคลผู้มีความต้องการตั้งใจจะปฏิบัติรักษาศีล จะต้องระวังสังวร โดบความเอื้อเฟื้อและเคารพต่อบทบัญญัติของศีลแต่ละสิกขายบทอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้ปฏิบัติไม่ให้ผิด เกิดความเสียหาย กล่าวคือปฆฏิบัติถ฿กต้อง สอดคล้องกันไปกับข้อปฏฏิบัติของศีลและการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้ปฏิบัติและบุคคลอื่น

 เพราะฉะนั้น การปฏิบืติรักษาศีล ๕ ข้อ เริ่มตั้งแต่ข้อที่ ๑ เว้นจากการฆ่าสัตว์ ๒ เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ๓ เว้นจากการประพฤติปผิดในกาม ๔ เว้นจากการกล่าวเท็จ ๕ เว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย ศีล ๕ ข้อนี้ ทำให้ผู้ปฏิบัติรักษามีความประพฤติดีมีมารยาทที่สง่างาม และมีระดับจิตที่สูง สร้างสรรค์สังคมมนยุษย์ให้มีความสงบสุข ซึ่งจะได้อธิบายขยายความตามลำดับ คือ

 ศีลข้อที่ ๑ เว้นจากการฆ่าสัตว์ หมายถึง การประพฤติที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่นให้เกิดความเดือดร้อน ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ป้องกันความโหดร้ายทารุณ มีจิตประกอบด้วยเมตตากรุณาปรารถนาดีมีความรักสามัคคีต่อกัน อันเป็นการเสริมสร้างมิตรภาพที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคมมนุษย์ได้เป็นอย่างดียิ่ง

 ศีลข้อที่ ๒ เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้ หมายถึง การประพฤติปฏิบัติไม่ให้ละเมิดสิทธิทางทรัพย์สินของผู้อื่น มีความเคารพในสิทธิของผู้อื่น แสวงหาทรัพย์สมบัติมาเลี้ยงชีพตนด้วยอาชีพสุจริต เพราาะว่าทรัพย์สินนั้น ทุกคนก็รัก หวงแหน ไม่อยากให้ผู้ใดมาลักโขมยไป ดังนั้น ศีลข้อที่ ๒ นี้ ทำให้บุคคลมีความเคารพในสิทธิของผู้อื่นและมีควาปลอดภัยในเรื่องทรัพย์สมบัติ

 ศีลข้อที่ ๓ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม หมายถึง การประพฤติทที่ถูกต้องตรงกันในทางธรรมเนียมประเพณี หากว่ามีความประพฤติผิดในทางประเวณีแล้ว เป็นเหตุให้เกิดความแตกร้าวกันในระหว่างสามีภรรยา ซึ่งทำให้ไม่ไว้วางใจยต่อกัน และทะเลาะวิวาอาจถึงการทำร้ายทำลายชีวิต ทำให้สังคมครอบครัวขาดความรักความสามัคคี และสังคมครอบครัวขาดความอบอุ่น เพราะว่าคนในครอบครัวไม่มีศีลข้อที่ ๓ ดังนั้น ผู้สมาทานรักษาศีลข้อ ๓ เป็นปกติแล้ว ย่อมก่อให้เกิดผลประโยชน์ กล่าวคือทำให้คนในสังคมครอบครัวมีความอบอุ่นรักสามมัคคีต่อกัน ทำให้ไว้วางใจ ซื่อสัตย์จริงใจ ปรารถนาดีมีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันและกัน ศีลข้อสามนี้ เป็นจริยธรรมในทางสังคมอย่างอียิ่ง ซึ่งทำให้สังคมมนุณย์มีความเคารพสิทธิ์ในเรื่องคู่ครองของกันและกัน ทำให้สังคมมีความสงบสุข

 ศีลข้อที่ ๔ เว้นจากการพูดเท็จ หมายถึง การพูดคำที่สัตย์จริง เพราะว่ามนุษย์ทุกคนยจ่อมชอบใจและเชื่อถือสิ่งที่เป็นเรื่องจริง จะทำให้ผู้ฟังเข้าใฝจได้ถูกต้องครงกับความเป็นจริง ฉะนั้น บุคคลที่เว้นจากการพูดเท็จ ดูดเฉพาะคำสัตย์จริง ลักษระของการกล่าวคำที่เป็นจริงนั้น คือ เรืท่องที่กล่าวมานั้นเป็นจริง ไม่เสริมความหรือแต่งเติมแล้วกล่าวให้คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ดังนั้น บุคคลผู้กรักษาศีลข้อนี้ได้บริบูรณ์แล้ว ทไให้คนทั้งหลายเคารพนับถือ มีความจริงใจ ซื่อสัตย์ต่อกกัน

 ศีลข้อที่ ๕ เว้นจากการดื่มสุราและเมรัย หมายถึงการไม่ดื่ม ไม่เสพของมึนเมา อันเป็นที่ตั้งแก่งความประมาท เพราะว่าการดื่มสุราหรือของมึนเมาทุกชนิด เป็นเเหตุให้ผู้ดื่มควบคุมสติไม่ได้ มีอาราณ์แปรปรวน ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองไว้ได้ แม้ว่าในรเวลาปกติเป็นคนดี ก็กลายเป้นคนชั่วไป กิริยาใด ๆ ที่ไม่เหมาะ ไม่ควรทำ เมื่อเมาแล้ว ก็กระทำกิริยานั้นได้ทุกอยจ่าง จึงชื่อว่าการดื่มสุราเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทและเมื่อกล่าวตามหลักธรรม การดื่มสุรา มีโทษถึง ๖ ประการ คือ เสียทรัพย์ ก่อการทะเลาะวิวาท เกิดฏโรค ถูกติเตียน ไม่รู้จักอาย และทอนกำลังปัญญา ดังนยั้น ผู้เว้นจากการดื่มสุราเมรัย ปฏิบัติรักษาได้บริสุทธิ์ดีแล้ว จะเป็นคนดีมีปัญญาเฉลียวฉลาดอยู่ด้วยควารมไม่ประมาท เพื่อจะได้มีชีวิตที่สดใสและมีศักกยภาพที่ดีต่อไป

 ฉะนั้น ลุคคลผู้ปฏิบัติรักษาให้เกิดวิรัติงดเว้น ชำระมลทินโทษทางกายวาจาให้สะอาดผ่องใสยิ่งขึ้นไป เพราะว่าศีลเป็นข้อปฏิบัติที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน และเป็นอาภรณ์เครื่องประดับที่มีค่าสูงสุดประการหนึ่ง ซึ่งมีพุทธศาสนสุภาษิตเป็นเรื่องยืนยันว่า สีลัง อาภะระณัง เสฏฺฐัง แปลความว่า ศีลเป์นเครื่องประดับที่วิเศษสุด ดังนี้ ซึ่งหมายความว่า ศีลเป็นคุณธรรมที่ประดับกาย วาจา ให้มีความสง่างามอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด เมื่อรักษาศีลได้มั่นคงแล้ว จะเป็นผู๔มีความสง่าราศีตลอดไป ไม่จำกัดว่าเป็นเด็ก หนุ่มสาว หรือผู้ใหญ่ ก็สามารถปฏิบึติรักษาศีลได้ ส่วนเรื่องประดับอย่างอื่น เช่น เสื้อผ้า แหวน สร้อยคอ เป้นต้น จะต้องใช้หรือประดับให้ถูกต้องกับเพศและวัยของแต่ละบุคคล ทั้งให้ถูกต้องกับกาละเทศะ แต่ถ้าล่วงเลยเวลาไปแล้ว ก็ไม่มีความสง่างาม เช่น เด็กเอาเสื่อผ้าหรือเครื่องประดับของผู้ใหญ่มาประดับ ก็จะทำให้ไม่มีความสง่างามเลย และเป็นเรื่องตลกไป หรือว่า เครื่องประดับบารงอย่าง เช่น สร้องคอทองคำ แหวนเพชร เป้นต้น ประดับไว้กับตัวเองในเวลากลางคืน หรือในสถานที่เปลี่ยว อาจให้โทษถูกทำร้ายแย่งชิงทรัพย์จากโจรผู้ร้าย แต่ว่าศีลมีลักษณะที่ตรงกันข้าม คือ ไม่จำกัดกาล เพศและวัย ทุกคนสามารถปฏิบัติรักษาศีลได้ตลอดไป

 รวมความว่า การปฏิบัติรักษาศีลเป็นปกติแล้วก็สร้างสรรค์ชีวิตให้มีคุณค่าและประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะว่าผู้ที่รักษาศีลข้อที่ ๑ นั้น ก่อให้เกิดความเมตตากรุณา มีความรักความปรารถนาดีต่อบุคคลอื่นเป็นการเสริมสร้างให้สังคมมีความสงบสุข ไม่คิดประทุษร้ายทำลายชีวิตแก่กันและกัน อันเป้นผลประโยชน์ที่เกิดจากการรักษาศีลข้อที่ ๑ นั่นเอง

 ศีลข้อที่ ๒ เป็นเกตุให้บุคคลเลี้ยงชีพ ดำเนินชีวิตไปในทิศทางที่ชอบประกอบกิจการงานที่สุจริต ยึดหลักแห่งสัมมาอาชีวิะ คือ เลี้ยงชีพโดยทางที่ถูกต้อง ไม่ผิดต่อกฏหมาย มีความเคารพในสิทธิทางทรัพย์สิน ไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สมบัติของผู้อื่นด้วยการขโมยหรือหยิบเอาไปโดยที่เจ้าของไม่อณุญาต

 ศีลข้อที่ ๓ เป็นเหตุให้มีคุณธรรม คือมีความสำรวมระวังในรทากามารมณ์ สำหรับชายก็มีสทารสันโดษ ยินดีมีความพอใจเฉพาะภรรยาของตน ไม่เสาะแสวงหาส่วนเกิน ในฝ่ายหญิงก็มีปติวัตร คือ จงรักภักดีเฉพาะสามีของตนเท่านั้น ซึ่งเป็นคุณธรรมที่สร้างสรรค์สังคมครอบครัวให้มีความอบอุ่ยนรักสามัคคีต่อกัน

 ศีลข้อที ๔ เป็นเหตุให้บุคคลมีสัจจะ คือความซื่อสัตย์คงไว้ซึ่งความเแป็นจริง ไม่พูดหรือกระทำให้กลาดเคลื่อนไปจาสกความเป้นจริง ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ทำให้มนุษย์มีความเข้าใจกันได้อย่างถูกต้องและตรงตามความเป้นจริง

 ศีลข้อที่ ๕ เป็นเหตุให้มีสติสัแปชัญญะสมบูรณ์ไม่ประมาทเผลอเรอ มีความทฉลาดรอบคอบมั่นคงในกิจการงานที่ได้กระทำนั้นให้ประสพผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพ

 สรุปให้ว่า ศีล ๕ ประการดังที่ได้กล่าวมา เมื่อบุคคลปฏิบัติรักษาได้บริสุทธิ์สมบูรณ์ดีแล้ว กล่าวคือมีความมั่นคงดำรงอยู่ในระบบกฏเกณฑ์ของศีล โดยไม่เอนเอียงลื่นยไหลไปตามสิ่งยั่วยุที่ก่อให้เกิดความเสียหายแล้ว ก็ก่อให้เกิดอานิสงส์ผลประโยชน์ที่เป็นผลดีแก่บุคคลผู้รักษาศีล ให้มีความสุขวัฒนาก้าวหน้าในหน้าที่การีงาน รวมความว่า การรักษาศีลก่อให้เกิดอานิสงส์ ๓ ประการ คือ

 . ทำให้ชีวิตดำเนินไปในทิศทางที่ดี

 . ทำให้โภคทรัพย์สมบูรณ์

 . ทำให้จิตใจมีความเยือกเย็น

 อานิสางส์ข้อ ๑ คือทำให้ชีวิตดำเนินไปในทิศทาสงที่ดี หมายความว่า ผู้รักษาศีล มีชีวิตประกอบด้วยคุณธรรม มีคุณภาพที่ดี ซึ่งหมายถึง ดำรงวิถีชีวิตอยู่ด้วยความสุขสดชื่น ไม่มีความทุกข์เดือดร้อน ครองชีพอยู่ได้ด้วยความปลอดภัย และเป็นแบบอย่างที่ดี ควรที่ชนทั้งหลายจะได้ปฏิบัติตาม

 อานิสงส์ข้อ ๒ คือ ทไให้โภคทรัพย์สมบูรณ์ หมายความว่า ผู้มีศีล สามารถบริหารงานและทรัพย์สินให้ดำเนินไปด้วยความสอดคล้องและสมดุลกันกับรายจ่าย มีฐานะทางเศรษฐกิจที่พอเพียง เลี้ยงชีพอยู่ไหด้ด้วยความสุข สร้างสถาบันครอบครัวให้มีความมั่นคง ซึ่งถือว่าเป้นการเสริมสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิตของคนเอง และปราศจากอันตรายทั้งหลาย

 อานิสงส์ข้อ ๓ คือทำให้จิตใจมีความสงบเยือกเย็น หมายความว่า ศีลที่รักษาดีแล้วส อำนวยผลให้ผู้ที่รักษาศีลมีความสงบเยือกเย็นผ่องใส สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ลออุณหภูมิแห่งความร้อนทางจินใจได้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเหตุว่า ความโลภ โกรธ หลง เป็นอาราณ์ที่ทำให้จิตใจมีความเร่าร้อนกระวนกระวาย และเป้นทุกข์ ไม่มีความสบายจิต ดังนั้น ผู้ปฏิบัติรักษาศีลอยู่เป็นนิตย์ ย่อมก่อให้เกิดเมตตาจิต คิดบูรณาการในทางสร้างสรรค์ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นแล้ว ก็สามารถบรรเทาความร้อนใจนั้นได้ รวมความว่าศีลนั้นเป็นพื้นฐานทางจริยธรรมที่จะก้าวไปสู่การประพฤติธรรมที่สูงขึ้นไป ด้วยเหตุนี้ ศีล ๕ ตามที่ได้กล่าวมา จึงเป็นรข้อปฏิบัติที่มีคุณค่าสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่อำนวยผลประโยชน์สูงสุด คือดับทุกข์ให้สิ้นไป บรรลุถึงพระนิพพาน สมดังสุพาษิตที่ยกย่องขึ้นเป็นบทอุเทศเบื้องต้นว่า สีเลนะ สุคะติง ยันติ เป็นอาทิ ซึ่งแปลเป็นใจความว่า บุคคลจะถึงสุคติโลกสวรรค์ได้ เพราะศีล มีความมั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ ก็เพราะศีล และบรรลุถึงพระนิพพานเพราะศีล ฉะนั้นบุคคลควรรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ดังนี้ ท่านสาธุชนทั้งหลาย ควรจะได้ปฏิบัติรักษาศีลให้บริสุทธิ์สมบูรณ์ตามหลักแห่งบทบัญญัติ และหด้รับอานิสงส์ผลประโยชน์ตามที่ได้วิสัชนามาแล้ว

 เทศนาปริโยสาเน ในกาลที่สุดแห่งการแสดงพระธรรมเทศนานี้ ขออานุภาพแห่งพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่ท่านทั้งหลาย ได้กระทำบำเพ็ญมาแล้ว จงบันดาลอภิบาลท่านสาธุชนทั้งหลายให้ปราศจากโรคาพาธ ภัยพิบัติ อุปัทวันตรายทั้งหลาย และจงวิวัฒนาการด้วยจตุรพิธพรทั้ง ๔ แระการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณธรรมสารสมบัติ ประสงส์สิ่งอันใดอันเป็นไปด้วยความชอบประกอบด้วยธรรมแล้ว ขอาสิ่งนั้นจงสำเร็จสมปรารถนาทุกประการ เทอญ

 แสดงพระธรรมเทศนา ก็สมควรแก่เวลา จึงขอยุติลงคงไว้เพียงเท่านี้ฯ

 28/08/2007*********************************************************************

 


edit @ 2007/10/01 18:21:25